TDEDSTEP เรียบเรียงบทความนี้ใหม่เพื่ออธิบายเรื่อง “บอลสเต็ปคิดเงินยังไง ใครงงมาตรงนี้ อธิบายละเอียด พร้อมตัวอย่างคำนวณ” ให้เป็นขั้นตอน อ่านง่าย และใช้ตรวจสอบข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ฟุตบอลได้สะดวกขึ้น
บอลสเต็ปคิดเงินยังไง ใครงงมาตรงนี้ อธิบายละเอียด พร้อมตัวอย่างคำนวณ
บอลสเต็ป คิดเงินยังไงเป็นคำถามที่คนเริ่มต้นมักสงสัย เพราะการวิเคราะห์ราคาแฮนดิแคปแบบสเต็ปไม่ได้คำนวณเหมือนการเล่นบอลเดี่ยว โดยนำราคาของแต่ละคู่มาคูณกันก่อน แล้วจึงนำยอดเงินที่วางเดิมพันมาคำนวณกับอัตราจ่ายที่ได้บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่พื้นฐานว่าบอลสเต็ปคืออะไร คิดเงินอย่างไร และถ้ามีเงิน 300 บาทควรคำนวณแบบไหนพร้อมตัวอย่างตัวเลขเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนหมายเหตุ:ตัวอย่างด้านล่างเป็นการอธิบายทางคณิตศาสตร์เพื่อให้เข้าใจวิธีคำนวณ ผลตอบแทนจริงอาจแตกต่างกันตามรูปแบบราคา เงื่อนไข และค่าธรรมเนียมของผู้ให้บริการ
บอลสเต็ปคืออะไร?
บอลสเต็ป หรือบอลชุดคือการนำการแข่งขันฟุตบอลตั้งแต่ 2 คู่ขึ้นไปมารวมไว้ในบิลเดียว โดยผลตอบแทนจะคำนวณจากราคาของแต่ละคู่ที่นำมารวมกันจุดสำคัญคือ ในสเต็ปทั่วไปทุกคู่ที่อยู่ในบิลต้องผ่านเงื่อนไขที่เลือกไว้จึงจะได้รับผลตอบแทนตามราคาสเต็ปนั้นตัวอย่างเช่น
- คู่ที่ 1 ราคา 1.80
- คู่ที่ 2 ราคา 1.70
- คู่ที่ 3 ราคา 1.90
นำราคามาคูณกัน1.80 × 1.70 × 1.90 = 5.814ดังนั้นราคาสเต็ปรวมในตัวอย่างนี้คือ5.814หากสมมติว่าวางเงิน 100 บาท100 × 5.814 = 581.40 บาทตัวเลข 581.40 บาทคือยอดรับรวมตามสูตรตัวอย่าง ก่อนพิจารณาเงื่อนไขอื่น ๆ ที่อาจมีผลต่อการจ่ายเงินจริง
บอลสเต็ปคิดเงินยังไง?
หลักการพื้นฐานสามารถจำง่าย ๆ ด้วยสูตร
ราคาสเต็ป = ราคาคู่ที่ 1 × ราคาคู่ที่ 2 × ราคาคู่ที่ 3 × …
จากนั้น
ยอดรับรวม = เงินเดิมพัน × ราคาสเต็ปรวม
ตัวอย่างมี 4 คู่
| คู่ | ราคา |
| คู่ที่ 1 | 1.75 |
| คู่ที่ 2 | 1.80 |
| คู่ที่ 3 | 1.65 |
| คู่ที่ 4 | 1.90 |
คำนวณราคาสเต็ป:1.75 × 1.80 × 1.65 × 1.90 = 9.87525หากวางเดิมพัน 100 บาท100 × 9.87525 = 987.525 บาทดังนั้นในตัวอย่างนี้ ยอดรับรวมทางคณิตศาสตร์จะอยู่ที่ประมาณ987.53 บาทส่วนต่างระหว่างยอดรับกับเงินเดิมพัน คือ987.53 – 100 = 887.53 บาท
มีเงิน 300 บาท บอลสเต็ปคิดยังไง?
สมมติว่ามีงบ300 บาทและต้องการนำมาคำนวณกับบอลสเต็ป โดยมีตัวอย่างราคา 3 คู่ดังนี้
| คู่ | ราคา |
| คู่ที่ 1 | 1.80 |
| คู่ที่ 2 | 1.75 |
| คู่ที่ 3 | 1.90 |
นำราคามาคูณกัน1.80 × 1.75 × 1.90 = 5.985ดังนั้นราคาสเต็ปรวมคือ5.985ถ้านำเงิน 300 บาทมาคำนวณ300 × 5.985 = 1,795.50 บาทดังนั้นยอดรับรวมตามตัวอย่างคือ1,795.50 บาทหากหักเงินต้น 300 บาทออก1,795.50 – 300 = 1,495.50 บาทตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณตามราคาสมมติ ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับจำนวนดังกล่าวจากการเดิมพันจริง เนื่องจากผลการแข่งขันและเงื่อนไขการจ่ายเงินเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ถ้ามีเงิน 300 บาท แบ่งเดิมพันอย่างไร?
คำว่า “มีเงิน 300 บาท” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงต้องนำเงิน 300 บาทใส่ในบิลเดียวทั้งหมดเสมอไป หากต้องการเข้าใจเรื่องการแบ่งเงิน สามารถยกตัวอย่างทางคณิตศาสตร์ได้หลายแบบ
แบบที่ 1: ใช้ 300 บาทกับบิลเดียว
สมมติราคาสเต็ปเท่ากับ5.985เงินเดิมพัน = 300 บาท300 × 5.985 = 1,795.50 บาท
แบบที่ 2: แบ่งเป็น 3 บิล บิลละ 100 บาท
สมมติแต่ละบิลมีราคาสเต็ปเท่ากันที่ 5.985แต่ละบิล:100 × 5.985 = 598.50 บาทถ้าทั้ง 3 บิลผ่านเงื่อนไขตามตัวอย่าง598.50 × 3 = 1,795.50 บาทจะเห็นว่าเมื่อราคาสเต็ปเหมือนกันและใช้เงินรวมเท่ากัน ยอดคำนวณรวมจะเท่ากัน เพียงแต่การแบ่งบิลทำให้เงินถูกกระจายออกเป็นหลายรายการ
ตัวอย่างบอลสเต็ป 2 คู่
ลองเริ่มจากกรณีง่ายที่สุด คือสเต็ป 2สมมติ
- คู่ A = 1.80
- คู่ B = 1.90
คำนวณ:1.80 × 1.90 = 3.42หากเดิมพัน 300 บาท300 × 3.42 = 1,026 บาทดังนั้นยอดรับรวมตามตัวอย่างคือ1,026 บาทเงินส่วนต่างจากเงินเดิมพัน:1,026 – 300 = 726 บาท
ตัวอย่างบอลสเต็ป 3 คู่
สมมติ
- คู่ A = 1.70
- คู่ B = 1.85
- คู่ C = 1.90
คำนวณราคาสเต็ป:1.70 × 1.85 × 1.90 = 5.9765หากใช้เงิน 300 บาท300 × 5.9765 = 1,792.95 บาทดังนั้นยอดรับรวมตามตัวอย่างคือ1,792.95 บาทจะเห็นว่าเมื่อเพิ่มจำนวนคู่ ราคาสเต็ปรวมสามารถเพิ่มขึ้นได้จากการนำราคาของแต่ละคู่มาคูณกัน แต่ในทางคณิตศาสตร์การเพิ่มจำนวนตัวแปรก็ทำให้มีเงื่อนไขที่ต้องผ่านเพิ่มขึ้นด้วย
ถ้ามีคู่หนึ่งไม่เข้า จะคิดเงินอย่างไร?
นี่เป็นจุดที่คนเริ่มต้นควรเข้าใจมากที่สุดสมมติทำสเต็ป 3 คู่
- คู่ที่ 1 ผ่าน
- คู่ที่ 2 ผ่าน
- คู่ที่ 3 ไม่ผ่าน
ในสเต็ปทั่วไปที่กำหนดให้ทุกคู่ต้องผ่าน บิลดังกล่าวจะไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของสเต็ปเต็มชุดดังนั้นจึงไม่ควรคำนวณโดยนำเฉพาะ 2 คู่ที่ผ่านมาคูณกันแล้วถือว่าเป็นยอดรับของบิลเดิมอย่างไรก็ตามรูปแบบการคิดเงินอาจแตกต่างกันตามประเภทเดิมพันและกติกาของผู้ให้บริการเช่น กรณีมีรายการเป็นโมฆะ (Void) หรือเงื่อนไขเฉพาะของบอลชุดจึงควรตรวจสอบกติกาของราคาที่เลือกก่อนคำนวณทุกครั้ง
วิธีคิดบอลสเต็ปแบบจำง่าย
จำเพียง 2 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1: คูณราคาทุกคู่
ตัวอย่าง1.80 × 1.70 × 1.90 = 5.814
ขั้นตอนที่ 2: นำราคาสเต็ปไปคูณเงินเดิมพัน
ถ้าเดิมพัน 300 บาท5.814 × 300 = 1,744.20 บาทดังนั้นยอดรับรวม = 1,744.20 บาทสูตรสั้น ๆ คือเงินเดิมพัน × ราคาคู่ที่ 1 × ราคาคู่ที่ 2 × ราคาคู่ที่ 3 = ยอดรับตามตัวอย่าง
บอลสเต็ปยิ่งหลายคู่ ยิ่งได้เงินเยอะจริงไหม?
ในเชิงการคำนวณราคาจำนวนคู่ที่เพิ่มขึ้นสามารถทำให้ราคาสเต็ปรวมสูงขึ้นได้ เพราะราคาของแต่ละคู่ถูกนำมาคูณกันแต่ไม่ได้หมายความว่าการเพิ่มจำนวนคู่จะทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นเสมอ เพราะสเต็ปต้องพิจารณาผลของทุกคู่ที่นำมารวมกันตัวอย่างเช่นสเต็ป 21.80 × 1.80 =3.24แต่เมื่อเป็นสเต็ป 51.80 × 1.80 × 1.80 × 1.80 × 1.80 =18.89568ราคาสเต็ปเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่จำนวนผลการแข่งขันที่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขก็เพิ่มขึ้นเช่นกันดังนั้นควรแยกให้ออกระหว่าง“ราคาที่คำนวณได้”กับ“ความแน่นอนของผลการแข่งขัน”ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
สรุปบอลสเต็ปคิดเงินยังไง?
การคำนวณบอลสเต็ปพื้นฐานไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนคิด เพียงนำราคาของทุกคู่ที่อยู่ในบิลมาคูณกัน แล้วนำราคาสเต็ปที่ได้ไปคูณกับเงินเดิมพันสูตรคือยอดรับรวม = เงินเดิมพัน × ราคาคู่ที่ 1 × ราคาคู่ที่ 2 × ราคาคู่ที่ 3 …ตัวอย่างมีเงิน300 บาทและราคาสเต็ปคำนวณได้5.985300 × 5.985 = 1,795.50 บาทจึงได้ยอดรับรวมตามตัวอย่าง1,795.50 บาทก่อนพิจารณาเงื่อนไขการจ่ายจริงสิ่งสำคัญคือควรตรวจสอบว่าเว็บไซต์ใช้รูปแบบราคาใด มีการปัดเศษหรือไม่ และมีเงื่อนไขกรณีรายการเป็นโมฆะอย่างไร เพราะรายละเอียดเหล่านี้สามารถทำให้ยอดคำนวณจริงแตกต่างจากตัวอย่างได้การพนันมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียเงิน ควรกำหนดงบประมาณที่ยอมรับการสูญเสียได้ และไม่ใช้เงินที่จำเป็นต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
หมายเหตุจาก TDEDSTEP: ข้อมูลราคาและสถิติฟุตบอลเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดและบริหารความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจทุกครั้ง